Total Pageviews

Saturday, 1 December 2018

“ มาร์คหน้า “ ให้สวยกระจ่างใส คืนความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้า ด้วยสุดยอดเคล็ด “ไม่” ลับ Japanese Rice Mask ของสาวๆชาวญี่ปุ่น



        ข้าวถือเป็นส่วนผสมที่ใช้ในการรักษาความงานมานานหลายศตวรรษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาวๆชาวญี่ปุ่นยกย่องให้เป็นสุดยอดเคล็ดลับความงาม

        มาร์คหน้าด้วยข้าวนี้  อุดมไปด้วยวิตามินบีรวม  ที่เป็นตัวกระตุ้นการเจริญเติบโตและการฟื้นฟูเซลล์ผิว  ชะลอความแก่และช่วยเพิ่มปริมาณเลือดให้กับผิวหน้า : รวมทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อผิวหน้าที่สวยกระจ่างใส

        ทีนี้..เรามาเรียนรู้เคล็ดลับความงามและความอ่อนเยาว์ของสาวๆญี่ปุ่น และการป้องกันริ้วรอยก่อนวัยของผิวหนัง

        เพื่อคงสภาพผิวที่สวยใสไร้ที่ติ และป้องกันริ้วรอยอันเกิดก่อนวัย สาวๆญี่ปุ่นใช้มาร์คหน้าที่ทำจากข้าว

        สูตรมาร์ครักษาหน้าจากข้าว นม และน้ำผึ้งนี้ จะกลายเป็นสูตรโปรดของคุณ เพราะหลังจากที่คุณมาร์คหน้าด้วยสูตรนี้ ผิวของคุณจะเรียบเนียนนุ่ม สดใสเปล่งปลั่งเป็นเงางาม


ส่วนผสม
  • ข้าวสาร 2-3 ช้อนโต๊ะ
  • นม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ
  • นำข้าวสาร 2-3 ช้อนโต๊ะมาต้มจนข้าวสารเปื่อยนุ่ม (ใส่ข้าวสารในน้ำเย็นและค่อยๆต้มด้วยความร้อนปานกลาง)
  • เมื่อต้มข้าวจนเปื่อยนุ่ม  เทน้ำข้าวใส่ถ้วยไว้  ห้ามทิ้ง
  • ล้างข้าวต้มในน้ำเย็น สะเด็ดน้ำให้แห้ง (จะไม่ล้างก็ได้) เติมนมอุ่นๆ 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน แล้วเติมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะลงไป 
  • เมื่อคนจนส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว  ทาส่วนผสมลงบนใบหน้าที่ล้างสะอาดให้ทั่วและลำคอ
  • ทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำขาว (ที่รินเก็บไว้)
เพิ่มเติม จะทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดหรือไม่ก็ได้

        นอกจากคุณสมบัติของข้าวที่ระบุมาข้างต้นแล้ว น้ำข้าวยังทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น มีสารต้านอนุมูลอิสระและมีความสามารถในการดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลต (ป้องกันแสงแดด) นอกจากนี้ มันยังสามารถทำปฎิกิริยากับทองแดง ซึ่งเป็นสารประกอบของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) เข้าไปยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) จึงช่วยป้องกันการต่อตัวของเม็ดสี และช่วยลดเลือนจุดด่างดำ

        น้ำข้าวนี้คุณสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ถึง 4 วัน ใช้เป็นโทนเนอร์ (Facial Toner) ทาเช้า - เย็น และคุณยังสามารถนำไปแช่เข็งในแม่พิมพ์น้ำแข็ง ใช้นวดหน้าได้อีกด้วย












บทความ - แปลและเรียบเรียงมาจาก



ภาพประกอบจาก https://www.pinterest.com/pin/491877590524252073/














No comments:

Post a Comment